เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางวันคุณถึงปาร์ตี้ลื่นไหล แต่บางวันกลับอยากปิดโหมดโลกภายนอกแล้วซุกตัวอยู่เงียบๆ?
พฤติกรรมสุดขั้วนี้ไม่ใช่แค่อารมณ์แปรปรวน แต่อาจเป็นเพราะคุณคือ Omnivert บุคลิกสลับสวิตช์ระหว่าง Extrovert และ Introvert
บทความนี้เรามาทำความรู้จัก Omnivert และเจาะลึกจุดแข็งพร้อมวิธีบริหารพลังงาน ไม่ให้แบตหมดจนกระทั่งชีวิตรวนกันค่ะ
ความหมายของ Omnivert
คำว่า Omnivert คือการผสมคำระหว่าง Omni ที่แปลว่าทั้งหมด กับ Introvert และ Extrovert เข้าด้วยกัน จึงหมายถึงคนที่สามารถแสดงพฤติกรรมได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับบริบทและสภาพแวดล้อมในขณะนั้น
บางวันคน Omnivert อาจอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ แต่บางวันกลับพร้อมพูดคุยและเข้าสังคมได้อย่างเต็มที่ ความไม่คงที่นี้เองที่ทำให้หลายคนสับสนเวลาพยายามนิยามตัวเอง

อ้างอิง: The Truly Charming
ต่างจากอินโทรเวิร์ตและเอ็กซ์โทรเวิร์ตอย่างไร
อินโทรเวิร์ตมักได้พลังงานจากการอยู่คนเดียว ส่วนเอ็กซ์โทรเวิร์ตได้พลังงานจากการเข้าสังคม แต่คน Omnivert จะได้พลังงานจากทั้งสองทางสลับกันไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เผชิญในแต่ละช่วงเวลา
ลักษณะเด่นของคน Omnivert
การสังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวันจะช่วยให้เห็นภาพลักษณะของ Omnivert ได้ชัดเจนขึ้น ลองพิจารณาลักษณะต่อไปนี้ดู
- ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ทางสังคมได้ค่อนข้างเร็ว
- ต้องการเวลาส่วนตัวเป็นระยะเพื่อชาร์จพลังงาน
- อารมณ์และความต้องการเข้าสังคมเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน
- สามารถเป็นทั้งผู้ฟังที่ดีและผู้พูดที่มั่นใจได้ในเวลาเดียวกัน
- บางครั้งรู้สึกลังเลว่าตัวเองควรเลือกอยู่กลุ่มไหน
ลักษณะเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด แต่จะปรากฏสลับกันไปตามอารมณ์และบริบทของแต่ละคน
จุดแข็งของ Omnivert ในชีวิตประจำวัน
ความยืดหยุ่นคือจุดแข็งสำคัญของคน Omnivert เพราะสามารถปรับตัวเข้าได้กับทั้งงานที่ต้องทำคนเดียวและงานที่ต้องประสานงานกับผู้อื่น ความสามารถนี้มักเป็นข้อได้เปรียบในการทำงานเป็นทีม
ตารางด้านล่างเปรียบเทียบมุมมองการใช้พลังงานของแต่ละบุคลิกภาพเพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้น
| บุคลิกภาพ | แหล่งพลังงานหลัก | จุดเด่น |
| อินโทรเวิร์ต | เวลาอยู่คนเดียว | คิดรอบคอบ มีสมาธิสูง |
| เอ็กซ์โทรเวิร์ต | การเข้าสังคม | ริเริ่มบทสนทนาได้ง่าย |
| Omnivert | สลับไปตามสถานการณ์ | ปรับตัวได้หลากหลายบทบาท |
จากตารางจะเห็นว่า Omnivert คือกลุ่มที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่าบุคลิกภาพแบบสุดขั้วทั้งสองแบบ จึงมักเข้ากับคนได้หลายกลุ่มโดยไม่รู้สึกฝืนตัวเองมากนัก
สาเหตุที่ทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็น Omnivert
นักจิตวิทยาหลายคนมองว่าบุคลิกภาพแบบ Omnivert เกิดจากปัจจัยหลายอย่างผสมกัน ทั้งพันธุกรรม สภาพแวดล้อมตอนเติบโต และประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมาเรื่อยๆ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว
บทบาทของสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู
เด็กที่เติบโตในครอบครัวหรือสังคมที่เปิดโอกาสให้แสดงออกได้ทั้งสองแบบ มักมีแนวโน้มพัฒนาบุคลิกแบบผสมผสานมากกว่าคนที่ถูกกำหนดบทบาทตายตัวตั้งแต่เด็ก
การได้ลองผิดลองถูกในสถานการณ์ต่างๆ ช่วยหล่อหลอมความยืดหยุ่นนี้ขึ้นมา
ประสบการณ์ชีวิตที่ส่งผลต่อการปรับตัว
การเปลี่ยนงาน การย้ายที่อยู่ หรือการพบเจอผู้คนหลากหลายกลุ่ม ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้คนคนหนึ่งเรียนรู้ที่จะปรับพฤติกรรมให้เข้ากับสถานการณ์ได้มากขึ้น
ยิ่งเผชิญสถานการณ์ที่หลากหลาย ความสามารถในการสลับบทบาทก็ยิ่งพัฒนาไปตามลำดับ
วิธีสังเกตว่าตัวเองเป็น Omnivert หรือไม่

อ้างอิง: wikiHow
การสำรวจตัวเองเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจว่าตัวเองมีลักษณะแบบ Omnivert หรือไม่ ลองพิจารณาคำถามต่อไปนี้เพื่อเป็นแนวทางในการสังเกตตัวเอง
- รู้สึกสนุกกับงานสังสรรค์ แต่ก็อยากกลับบ้านไปอยู่คนเดียวหลังจากนั้นหรือไม่
- ความต้องการเข้าสังคมของตัวเองเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาหรือฤดูกาลหรือเปล่า
- สามารถเป็นผู้นำการสนทนาได้ในบางวัน แต่เลือกเงียบในบางวันหรือไม่
- รู้สึกอึดอัดเมื่อถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตายตัวหรือไม่
หากคำตอบส่วนใหญ่คือใช่ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าตัวเองมีแนวโน้มเป็น Omnivert อยู่ไม่น้อย
วิธีรับมือและดูแลตัวเองสำหรับคน Omnivert
การเข้าใจธรรมชาติของตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ลองเริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมของตัวเองในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ

อ้างอิง: Simply Psychology
จัดสมดุลระหว่างเวลาส่วนตัวกับเวลาเข้าสังคม
คน Omnivert ควรหมั่นสังเกตว่าตัวเองต้องการเวลาส่วนตัวมากน้อยแค่ไหนในแต่ละช่วง เพื่อไม่ให้รู้สึกเหนื่อยล้าจากการฝืนเข้าสังคมมากเกินไป การพักสั้นๆ ระหว่างวันก็ช่วยได้มาก
ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ตัวเอง
ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองให้เป็นแบบใดแบบหนึ่งตลอดเวลา เพราะความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์คือธรรมชาติของคน Omnivert อยู่แล้ว การยอมรับตรงนี้จะช่วยลดความเครียดในการเข้าสังคมได้มาก
บทสรุปส่งท้าย
โดยสรุปแล้ว Omnivert คือบุคลิกภาพที่ผสมผสานระหว่างความเก็บตัวและความเปิดเผยไว้ในคนเดียวกัน มีความยืดหยุ่นสูงและปรับตัวได้ตามสถานการณ์
การเข้าใจธรรมชาตินี้ของตัวเองจะช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุลมากขึ้น โดยไม่ต้องฝืนตัวเองให้เป็นแบบใดแบบหนึ่งตลอดเวลา
