Soft Skills คืออะไร? ต่างจาก Hard Skills อย่างไร สรุป 10 ทักษะจำเป็นจำเป็น

Soft Skills คือ ทักษะที่หลายคนเคยได้ยินบ่อยจนชินหู แต่นิยามที่แท้จริงและวิธีแยกให้ออกจาก Hard Skills ยังคลุมเคลือสำหรับผู้หลายคน

บทความนี้สรุปนิยาม ความแตกต่างระหว่าง Soft Skills vs Hard Skills พร้อมทั้ง 10 ทักษะจำเป็นที่ควรมีและวิธีเขียน Soft Skills in Resume ให้โดดเด่นสำหรับการสมัครงานจริงค่ะ

Soft Skills คืออะไร

Soft Skills คือ ทักษะด้านอารมณ์และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ที่ช่วยให้เราทำงานร่วมกับคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะสำคัญคือเป็นเรื่องค่อนข้างนามธรรมและวัดผลได้ยาก ไม่เหมือนทักษะทางเทคนิคที่มีข้อสอบหรือเกณฑ์ชัดเจน

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ ศูนย์แนะแนวศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลมองว่าทักษะกลุ่มนี้คือทักษะทางอารมณ์ที่เป็นลักษณะอุปนิสัยและความสามารถเชิงสมรรถนะ ที่เป็นตัวช่วยให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยียังทดแทนมนุษย์ได้ไม่เต็มร้อย

หัวใจ 4 Q ที่รวมอยู่ใน Soft Skills

กรอบความฉลาะเฉพาะด้านที่นักพัฒนาบุคคลนิยมใช้แบ่งประเภท

EQ

ความฉลาดทางอารมณ์

ควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ เข้าใจตนเองและผู้อื่น

AQ

ความฉลาดในการแก้ปัญหา

เผชิญหน้ากับปัญหา พาตัวเองกลับมาควบคุมสถานการณ์ และปรับตัวกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้

CQ

ความฉลาดในการสร้างสรรค์

มีจินตนาการที่ยืดหยุ่น ชอบปรับแนวคิดเดิมใหม่และมองหาวิธีการที่แตกต่าง

SQ

ความฉลาดทางสังคม

อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ มีน้ำใจ ไม่เปรียบเทียบหรือกดคนอื่น และยอมรับความแตกต่าง

Hard Skills คืออะไร

Hard Skills คือทักษะทางเทคนิคหรือวิชาชีพที่เฉพาะเจาะจง สามารถวัดผลและประเมินได้อย่างชัดเจน มักได้มาจากการศึกษา การฝึกอบรม หรือประสบการณ์การทำงาน เช่น การเขียนโปรแกรม การทำบัญชี หรือการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

ส่วนหลักการแยกแยะที่ใช้กันทั่วไปคือ Hard Skills เป็นเรื่องของวิชาชีพ ส่วน Soft Skills เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพ และการใช้ Soft Skills ต้องเข้าใจบริบทของสถานการณ์ก่อนเสมอ

Soft Skills vs Hard Skills ต่างกันอย่างไร

สรุปความแตกต่างทั้งหมดไว้ในตารางด้านล่างเพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจน

เปรียบเทียบสองทักษะแบบเทียบข้างกัน

Soft SkillsVSHard Skills
คำนิยาม
ทักษะด้านอารมณ์และการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
ทักษะทางเทคนิคหรือวิชาชีพเฉพาะทาง
ลักษณะ
เป็นนามธรรม วัดผลได้ยาก
เป็นรูปธรรม วัดผลและทดสอบได้ชัดเจน
ที่มา
พัฒนาจากประสบการณ์และการลงมือทำ
ได้จากการศึกษา การอบรม หรือใบรับรอง
ตัวอย่าง
การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การปรับตัว
การเขียนโปรแกรม การทำบัญชี ทักษะภาษา
บทบาทต่ออาชีพ
ช่วยให้ได้งานและเติบโตในองค์กร
ช่วยให้ผ่านด่านสัมภาษณ์รอบแรก

จากตารางจะเห็นประโยชน์ที่แตกต่างกันชัดเจน โดยมีคำกล่าวที่สถาบันการศึกษาชั้นนำนำมาสรุปไว้ว่า Hard Skills ทำให้คุณได้โอกาสเข้าไปสัมภาษณ์ แต่ Soft Skills คือสิ่งที่ทำให้คุณได้งานและเติบโตในสายอาชีพนั้นต่อไป

สรุป 10 Soft Skills จำเป็นที่ควรมี

อ้างอิง: skillfloor

จากการรวบรวมแนวทางของผู้เชี่ยวชาญด้านบุคคลและเว็บไซต์สร้างเรซูเม่ของไทย ทักษะทั้ง 10 ด้านนี้คือกลุ่มที่ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุดสำหรับผู้สมัครงานยุคใหม่ โดยแต่ละข้อควรมีตัวอย่างจริงรองรับเสมอ

  • การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการพูด ฟัง และการเขียนที่ชัดเจนเข้าใจง่าย
  • การทำงานเป็นทีม ทั้งการประสานงาน ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้อื่น
  • การคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา ระบุสาเหตุและเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ
  • การปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง เรียนรู้สิ่งใหม่และทำงานใต้แรงกดดันได้
  • การบริหารเวลา จัดลำดับความสำคัญและส่งงานได้ตามกำหนดเสมอ
  • ความเป็นผู้นำ ริเริ่ม กล้าตัดสินใจ และนำทีมไปสู่เป้าหมายโดยไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้า
  • ความฉลาดทางอารมณ์ เข้าใจและจัดการอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้ดี
  • ความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบและมองปัญหาในมุมใหม่ที่คนอื่นไม่เห็น
  • ทัศนคติการเรียนรู้ มองทุกความล้มเหลวเป็นโอกาสพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
  • ความยืดหยุ่นต่อแรงกดดัน ฟื้นตัวจากสถานการณ์ยากลำบากและเรียนรู้จากข้อผิดพลาด

Soft Skills in Resume ใส่อย่างไรให้โดดเด่น

การใส่ Soft Skills ในเรซูเม่ที่ดีไม่ใช่การรายชื่อคำเท่ๆ ลงไป บริษัทที่ปรึกษาด้านบุคคลระบุว่าผู้จัดการฝ่ายบุคคลใช้เวลาเพียง 6 ถึง 8 วินาทีในการดูเรซูเม่เบื้องต้น จึงควรเลือกใส่เฉพาะทักษะที่ตรงกับตำแหน่งและเขียนให้เห็นหลักฐานชัดเจน

เว็บไซต์สร้างเรซูเม่แนะนำเทคนิคอัปเกรดประโยคให้มีสถานการณ์และผลลัพธ์รองรับ โดยยกตัวอย่างการเขียนใหม่ทั้งสามรูปแบบไว้ในองค์ประกอบด้านล่าง ผู้ที่ต้องการดูการสาธิตแบบวิดีโอสามารถรับชมคลิปภาษาไทยได้จากลิงก์ด้านล่าง

อัปเกรดประโยคในทักษะจากคำลอยๆ ให้มีหลักฐาน

ตัวอย่างการเขียนใหม่ตามแนวทางที่เว็บไซต์สร้างเรซูเม่แนะนำ

สื่อสารได้ดี
→
สามารถนำเสนอผลงานต่อหน้าผู้ชมจำนวนมากได้อย่างมั่นใจ
ทำงานเป็นทีมเก่ง
→
ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เกิดความขัดแย้ง
แก้ปัญหาได้
→
ระบุต้นตอของปัญหา แก้ไข และวัดผลการแก้ไขได้อย่างถูกต้องตามหลักการ

สังเกตว่าประโยคฝั่งขวามีสถานการณ์และผลลัพธ์ที่คนสัมภาษณ์ติดต่อถามต่อได้ทันที

ส่วนตำแหน่งที่จัดวางนั้น Indeed แนะนำให้ตั้งส่วนทักษะแยกไว้ชัดเจนในหน้าแรก พร้อมใช้คีย์เวิร์ดจากประกาศรับสมัครงานมาใส่ให้ตรงกับสิ่งที่ผู้ว่าจ้างระบุ เพราะผู้คัดเลือกมักสแกนทั้ง Hard Skills และ Soft Skills คู่กันเพื่อประเมินผู้สมัครในระยะเวลาอันสั้น

วิธีพัฒนา Soft Skills ให้เกิดขึ้นจริง

ทักษะกลุ่มนี้พัฒนาได้ตลอดชีวิตและไม่มีถูกผิดแบบตายตัว ตามหลักการที่เว็บไซต์ด้านอาชีพภาษาไทยระบุตรงกันควรเริ่มจากการลงมือทำจริงมากกว่าการเรียนรู้เชิงทฤษฎี

  • รับผิดชอบงานกลุ่มหรือกิจกรรมจริงเพื่อฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น
  • ขอความคิดเห็นจากรุ่นพี่หรือหัวหน้าเป็นประจำเพื่อรู้จุดแข็งจุดที่ต้องปรับ
  • เข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องพูดต่อหน้าคนจำนวนมากเพื่อสร้างความมั่นใจ
  • ลองทำงานนอกบทบาทที่คุ้นเคยเพื่อฝึกการปรับตัวและการเรียนรู้สิ่งใหม่

คำถามที่พบบ่อย

Soft Skills vs Hard Skills อันไหนสำคัญกว่า

ไม่มีอันใดสำคัญกว่า เพราะทั้งคู่ทำงานคนละชั้น โดย Hard Skills เปิดประตูให้เข้าสัมภาษณ์และเริ่มทำงานได้ ส่วน Soft Skills คือตัวกำหนดว่าคุณจะอยู่รอดและเติบโตในองค์กรนั้นได้แค่ไหน

Soft Skills in Resume ควรใส่กี่ข้อ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกเฉพาะทักษะที่ตรงกับตำแหน่งงานจริงๆ ประมาณ 3 ถึง 6 ข้อพร้อมตัวอย่างย่อๆ ประกอบ เพราะการใส่มากเกินโดยไม่มีหลักฐานจะทำให้เรซูเม่ดูเป็นน้ำเดียวกันหมด

Soft Skills วัดผลได้หรือไม่

วัดผลได้ยากกว่า Hard Skills แต่ไม่ใช่วัดไม่ได้ โดยสังเกตจากพฤติกรรมจริง เช่น ส่งงานตรงเวลาสม่ำเสมอ หรือสามารถนำเสนอหน้าคนจำนวนมากได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สัมภาษณ์นำไปตรวจสอบย้อนหลังได้เสมอ

บทสรุป

สรุปแล้ว Soft Skills เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้เราทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีและเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคง แม้ Hard Skills จะช่วยแสดงให้เห็นว่าเรามีความสามารถในการทำงานมากแค่ไหน แต่ Soft Skills ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราโดดเด่นจากผู้สมัครคนอื่นๆ

ดังนั้น หากอยากให้เรซูเม่น่าสนใจมากขึ้น ควรเลือก Soft Skills ที่เหมาะกับตำแหน่งงาน พร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงให้เห็นภาพชัดเจน เพราะการบอกแค่ว่าเรามีทักษะอะไรอาจยังไม่เพียงพอ แต่การแสดงให้เห็นว่าเรานำทักษะเหล่านั้นมาใช้ในการทำงานอย่างไรต่างหากที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เราได้งานที่ต้องการค่ะ